จักรกลเลือดดุ จินตนาการสุดระทึกของไซไฟเริ่มต้นด้วยการแก้แค้น

จักรกลเลือดดุ จินตนาการสุดระทึกของไซไฟหลังจากการลอบสังหารที่น่าสยดสยองของเขา ทหารชั้นยอด เรย์ การ์ริสัน (วิน ดีเซล) ได้รับการฟื้นคืนชีพโดยนักวิทยาศาสตร์ที่ใช้นาโนเทคโนโลยี แต่ชีวิตใหม่ของเขาเป็นของเขาหรือเปล่าด้วยร่างกายที่ไม่อาจทำลายได้และความแข็งแกร่งที่ดุร้าย US Marine Ray Garrison ที่ถูกสังหารกลับฟื้นขึ้นมาเป็น ‘Bloodshot’

ซึ่งเป็นเครื่องจักรสังหารเทคโนโลยีชีวภาพที่ไม่เหมือนใคร ดร.เอมิล ฮาร์ทิง (กาย เพียร์ซ) เติมชีวิตใหม่ให้กับร่างกายของกองทหารรักษาการณ์ แต่กลับขโมยความทรงจำทั้งหมดในชีวิตที่แล้วของเขาไป ชีวิตที่ถูกตัดขาดโดยนักฆ่าโรคจิตที่ฆ่า Gina Garrison ภรรยาของ Ray (ทาลูลาห์ ไรลีย์) อย่างเลือดเย็นก่อนจะฆ่าเขาด้วย

จักรกลเลือดดุ

จากตัวละคร Valiant Comics ที่มีชื่อเดียวกัน ‘Bloodshot’ เริ่มต้นด้วยหลักฐานที่มั่นคงสำหรับละครแก้แค้น ยิ่งไปกว่านั้น การเล่าเรื่องไซไฟที่ดีต่อสุขภาพ ทำให้การเล่าเรื่องมีจินตนาการอันน่าตื่นเต้นอย่างก้าวกระโดด เช่นเดียวกับ ‘nanites’ ขนาดเล็กที่วิ่งอยู่ในกระแสเลือดของ Ray ที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บที่ร้ายแรงอย่างน่าอัศจรรย์และให้พลังที่ไม่อาจควบคุมได้

ภายในไม่กี่วินาที เขาสามารถดาวน์โหลดและเรียนรู้คู่มือการบินเครื่องบินได้อย่างง่ายดายพอๆ กับที่เขาสามารถเจาะเสาคอนกรีตได้สมาชิกในทีมคนอื่นๆ ของ Dr Harting ยังได้รับอุปกรณ์ไบโอนิคล้ำสมัยที่มอบความสามารถพิเศษให้กับพวกเขา มันน่าตื่นเต้นที่ได้ดูพลังพิเศษต่างๆ เช่น ความสามารถของตัวละครเหล่านี้ที่เปิดเผยออกมาและยังเป็นการต่อสู้กันเอง

จักรกลเลือดดุ

วิน ดีเซลรับบทเป็นฆาตกรกระหายน้ำเพื่อแก้แค้นหรือที่รู้จักว่า Bloodshot ด้วยความร่าเริงอันเป็นเครื่องหมายการค้าของเขาและลูกผู้ชายที่ มโหฬาร แต่การแสดงของเขามีความแปลกใหม่เล็กน้อย ในบรรดาคนอื่นๆ Eiza González พากย์เป็น Katie เพิ่มความเย้ายวนใจและความอบอุ่นในฉากที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ตัวละครของเธอมีมนุษยธรรมมากกว่าเมื่อเทียบกับยอดมนุษย์ที่เสริมเทคโนโลยีชีวภาพคนอื่นๆ และเธอก็เชื่อมั่นในบทบาทของเธอ

โครงเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้คลี่คลายอย่างรวดเร็วด้วยการบิดเบี้ยวที่เดาง่าย บางส่วนของการบรรยายจะเตือนคุณถึงภาพยนตร์อย่าง ‘Robocop’ และ ‘Wolverine’ แต่มีจุดจบที่หลวมเล็กน้อยที่สร้างความสับสน นอกจากนี้ เนื่องจากการหลอกลวงอย่างต่อเนื่องระหว่างความจริงกับการสมรู้ร่วมคิด จึงเป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่ามันเกิดขึ้นจริงมากน้อยเพียงใด

 

 

Author: Jocelyn