รีวิว ม้าศึกจารึกโลก

รีวิว ม้าศึกจารึกโลก War Horse ชะตากรรมของม้าในสงครามของคน

          รีวิว ม้าศึกจารึกโลก เราจะได้ดูหนังดีๆ เกี่ยวกับสงครามครั้งนั้นแต่ใส่เข้าไปจริงๆ คุณไม่ต้องรอนานขนาดนั้น ในขณะที่เขียนบทความนี้ในปี 2012 หรือ 2012 มีหนังสงครามดีๆ อยู่บ้าง เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 ให้ได้ชมกัน จากฝีมือผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก คือ War Horse หรือในชื่อไทยที่คล้องจองกันอย่างสวยงาม “ม้าศึกจารึกโลก”. หากคุณถูกถามว่ายังใช้ม้าในสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่หรือไม่ คำตอบคือ “ใช่”

          โดยไม่คำนึงถึงสงครามโลกครั้งที่สองจนถึงปัจจุบัน แต่สำหรับทหารม้าที่วิ่งเข้าหาศัตรูเหมือนในหนังเรื่องไลท์ คนขี่ม้าที่ได้รับการแนะนำตั้งแต่เปิดตัวเว็บไซต์ IseeHistory ใหม่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อย บทบาทของม้าถูกจำกัดดังที่เห็นในภาพยนตร์ War Horse ที่จะมาถึง ที่จริงแล้ว โดยไม่คำนึงถึงการใช้ม้าในยุคใด ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมารับกรรมของสงครามที่มนุษย์บางคนสร้างขึ้น เช่นเดียวกับมนุษย์อีกหลายคนที่ต้องทนทุกข์กับสิ่งที่ตนไม่รู้อะไรเลย

          ในกองทหารม้า โจอี้ได้พบกับม้าอีกตัวซึ่งต่อมากลายเป็นเหมือนคู่ต่อสู้ เป็นม้าสีดำชื่อท็อปธอร์น ผบ.ทบ. แม้ว่าตอนแรกโจอี้จะลังเลเล็กน้อย แต่กัปตันนิโคลส์ฝึกฝนมันด้วยความรักและห่วงใยจนมันกลายเป็นม้าที่ดีที่สุด ฝีเท้าของเขาเร็วกว่า Topthon และม้าตัวอื่นๆ ทั้งหมด แต่ในสนามรบจริง การโจมตีของทหารม้ากลายเป็นยุทธวิธีที่ล้าสมัย เช้าวันหนึ่งในยุทธการที่ฝรั่งเศส กองทหารม้าอังกฤษนี้โจมตีหน่วยทหารราบของเยอรมัน ซึ่งในแวบแรก ดูเหมือนว่าจะประสบความสำเร็จ แต่ทันทีที่ทหารเยอรมันตั้งรกรากอยู่ในป่า

          พวกเขาก็เริ่มนั่งคร่อมปืนกล วางทหารม้าอังกฤษจนม้าทั้งหมดล้มตาย รวมทั้งกัปตันนิโคลส์ ขณะที่โจอี้และท็อปธอร์นหลบหนีจากเปลือกหอยของเยอรมัน เพื่อผจญภัยต่อไป ฝ่ายเยอรมันจึงนำพวกเขาและม้าที่เหลือรอดชีวิตไปใช้กับเกวียนเทียม โดยโจอี้และท็อปธอร์นในความดูแลของสองพี่น้องกุนเธอร์และไมเคิลที่น้องคนสุดท้องซึ่งอายุเพียง 14 ปีไม่ได้อยู่แนวหน้าเมื่อการต่อสู้รุนแรงขึ้น

          ผู้บัญชาการนำไมเคิลและทหารอีกหลายคนเสริมกำลัง กุนเธอร์ที่สัญญากับพ่อแม่ว่าจะพาไมเคิลกลับบ้านอย่างปลอดภัย ได้พาโจอี้มาด้วย และท็อปธอร์นก็พาไมเคิลออกจากแนวทหารที่กำลังเดินไปแนวหน้าแล้วไป ค้างคืนที่โรงสีลมแต่ตามแม่ทัพไปโดนยิงทั้งสองเป้าหมาย

Author: Jocelyn